ติดในส่วนเปิด tag
top of page

การบริหารคนในองค์กรยุคใหม่ กลยุทธ์สร้างทีมให้แข็งแรง

  • ANGA Analytics
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
การบริหารคนในองค์กรยุคใหม่

ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่ชี้ชะตาความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยหรือเงินทุนมหาศาลเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงคือ "คน" การบริหารคนในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การสั่งงานตามหน้าที่ แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน การดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการสร้างความผูกพันให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกกลยุทธ์การบริหารคนที่จะช่วยให้คุณชนะใจลูกน้องและได้งานที่มีคุณภาพไปพร้อม ๆ กัน


การบริหารคนสำคัญอย่างไร

การบริหารคนที่มีประสิทธิภาพเปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับองค์กร เมื่อพนักงานมีความสุข ได้รับการดูแลเอาใจใส่ และรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า พวกเขาจะมีความกระตือรือร้นในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นขององค์กรในภาพรวม 

นอกจากนี้ การบริหารคนยังช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงาน (Turnover Rate) ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่หลายองค์กรมองข้าม การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้นาน ๆ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการสรรหาและฝึกอบรมพนักงานใหม่ อีกทั้งยังช่วยรักษาองค์ความรู้และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว


7 เทคนิคการบริหารคนให้ได้ใจลูกน้องและบรรลุเป้าหมายองค์กร


เทคนิคการบริหารคนให้ได้ใจลูกน้อง

การจะเป็นผู้นำที่ครองใจลูกน้องและนำพาจทีมไปสู่ความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่หรืออำนาจสั่งการ แต่ต้องอาศัยทักษะในการโน้มน้าวใจ การสร้างแรงบันดาลใจ และการบริหารจัดการความสัมพันธ์ที่ดี


1. Put the Right Man on the Right Job มอบหมายงานตามความถนัด

หลักการพื้นฐานที่สุด คือการเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน ผู้นำที่ดีต้องมีความช่างสังเกตและรู้จักลูกน้องของตนเองเป็นอย่างดี ต้องรู้ว่าใครมีจุดแข็งด้านไหน มีความถนัดเรื่องอะไร และมีเป้าหมายในการทำงานอย่างไร การมอบหมายงานที่สอดคล้องกับทักษะและความสนใจของพนักงาน จะช่วยให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดและมั่นใจ ซึ่งจะส่งผลให้ผลงานออกมาดีและมีความผิดพลาดน้อยลง 


2. สร้างวัฒนธรรมแห่งการรับฟังและเปิดรับ Feedback

การสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication) เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีม การเป็นผู้นำไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นผู้พูดและสั่งการเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย การเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้แสดงความคิดเห็น เสนอแนะไอเดีย หรือแม้แต่การระบายความอึดอัดใจ จะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีตัวตนและเป็นส่วนสำคัญของทีม การรับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ด่วนตัดสิน จะช่วยให้ผู้นำได้รับข้อมูลเชิงลึกและมุมมองใหม่ ๆ ที่อาจมองข้ามไป ซึ่งสามารถนำมาปรับปรุงการทำงานและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด 


3. บริหารอารมณ์และเป็นแบบอย่างที่ดีในการรับผิดชอบ

ภาวะผู้นำ (Leadership) ไม่ได้วัดกันที่ความเก่งกาจในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่วุฒิภาวะทางอารมณ์ (EQ) ด้วย ในสถานการณ์ที่กดดันหรือมีปัญหาเกิดขึ้น ผู้นำต้องเป็นหลักยึดให้กับทีม ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ มีสติ และไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา การระเบิดอารมณ์ใส่ลูกน้องนอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังทำลายขวัญกำลังใจและความศรัทธาที่ลูกน้องมีต่อตัวผู้นำอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้นำต้องกล้าที่จะยอมรับผิดเมื่อทำพลาด ไม่โยนความผิดให้คนอื่น และพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อผลการกระทำของตนเองและทีม


4. หมั่นให้คำแนะนำและตรวจสอบผลงานอย่างสม่ำเสมอ

การปล่อยปละละเลยหรือรอให้งานเสร็จแล้วค่อยมาตรวจสอบ อาจสายเกินแก้ ผู้นำที่ดีควรมีการติดตามความคืบหน้าของงานเป็นระยะ ๆ เพื่อให้คำแนะนำ ปรึกษาหารือ และช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง การให้ Feedback อย่างสม่ำเสมอและสร้างสรรค์ จะช่วยให้พนักงานรู้ว่าตนเองทำได้ดีตรงไหนและมีจุดไหนที่ต้องปรับปรุง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด


หัวหน้าให้คำแนะนำลูกน้อง

5. สนับสนุนการเติบโตและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ

คนทำงานยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ ผู้นำที่ใส่ใจเรื่องการบริหารคนจะต้องไม่มองข้ามเรื่องการพัฒนาศักยภาพของทีมงาน ควรสนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปอบรมสัมมนา การมอบหมายงานใหม่ ๆ ที่ท้าทายความสามารถ หรือการเป็น Mentor คอยสอนงานและให้คำปรึกษา การที่พนักงานรู้สึกว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการเติบโตของพวกเขา จะช่วยสร้างความผูกพัน (Engagement) และแรงจูงใจในการทำงาน ทำให้พวกเขาอยากทุ่มเทและอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ


6. ให้เกียรติและปฏิบัติต่อทีมงานอย่างเท่าเทียม

ผู้นำต้องปฏิบัติต่อลูกน้องทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง หรือมีอคติกับใครคนใดคนหนึ่ง การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคำพูด การกระทำ หรือการให้โอกาส จะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและลดความขัดแย้งภายในทีม เมื่อพนักงานรู้สึกว่าผู้นำมีความยุติธรรม พวกเขาก็จะให้ความเคารพและไว้วางใจ ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการทีมเป็นไปอย่างราบรื่น


7. ชื่นชมเมื่อทำดีเพื่อสร้างกำลังใจเชิงบวก

การชื่นชมเมื่อพนักงานทำผลงานได้ดีหรือมีความพยายามในการทำงาน เป็นการเสริมแรงบวก (Positive Reinforcement) ที่ง่ายแต่ได้ผลดีเยี่ยม การกล่าวคำขอบคุณหรือชื่นชมอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือผ่านช่องทางต่าง ๆ จะช่วยให้พนักงานรู้สึกภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองทำ ซึ่งจะกระตุ้นให้พวกเขาอยากทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก 


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


ผู้บริหารมือใหม่ควรเริ่มต้นการบริหารคนอย่างไร

สำหรับผู้บริหารมือใหม่ การเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการ "ฟัง" ให้มาก เรียนรู้และทำความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและลักษณะนิสัยของทีมงานแต่ละคน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจ โดยเริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน มีความรับผิดชอบ และสื่อสารอย่างชัดเจนและเปิดเผย


วิธีรับมือเมื่อเกิดความขัดแย้งรุนแรงภายในทีม

เมื่อเกิดความขัดแย้ง ผู้นำต้องวางตัวเป็นกลางและรับฟังปัญหาจากทั้งสองฝ่ายอย่างมีสติ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พยายามหาจุดร่วมและแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเน้นที่ผลประโยชน์ของงานและองค์กรเป็นหลัก หากจำเป็นอาจต้องแยกคุยกับแต่ละฝ่ายเพื่อทำความเข้าใจและไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์คลี่คลาย


การบริหารคนมีผลต่อการลาออกของพนักงานจริงหรือไม่

มีผลอย่างมาก สาเหตุหลักที่พนักงานลาออกไม่ได้มาจากเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับหัวหน้างาน การขาดการยอมรับ และไม่เห็นโอกาสเติบโต ดังนั้น การบริหารคนที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาพนักงานเก่ง ๆ ให้อยู่กับองค์กร


สรุปบทความ

การบริหารคนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความใส่ใจ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและทีมงานอย่างต่อเนื่อง การนำเทคนิคต่าง ๆ ไปปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคนให้เหมาะกับงาน การรับฟังความคิดเห็น การเป็นแบบอย่างที่ดี หรือการสนับสนุนการเติบโต จะช่วยให้คุณสามารถครองใจลูกน้องและสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน 


MAC-5 Legacy: ให้คุณโฟกัสเรื่องคน ระบบจัดการเรื่องงานให้เราดูแล

การเป็นผู้นำที่ดีต้องใช้เวลาและความใส่ใจในการบริหารคน แต่บ่อยครั้งที่งานเอกสารและการจัดการหลังบ้านดึงเวลาอันมีค่าของคุณไป MAC-5 Legacy เข้าใจปัญหานี้ดี เราจึงพัฒนาโปรแกรมบัญชีออนไลน์สำเร็จรูป รูปแบบ Cloud ERP และ On-Premise ที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงานบริหารจัดการ ให้คุณมีเวลาโฟกัสกับการสร้างทีมที่แข็งแกร่งได้อย่างเต็มที่

ยกระดับการบริหารทีม ด้วยเครื่องมือช่วยจัดการงานหลังบ้านที่ครบวงจร

เปลี่ยนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยระบบ ERP Software ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทยโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณบริหารงานได้อย่างมืออาชีพและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

  • ลดภาระงานเอกสาร ภาษีไม่พลาด: หมดกังวลเรื่องการยื่นภาษี ด้วยระบบที่รองรับ E-Tax Invoice เชื่อมต่อและส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรได้โดยตรง ถูกต้องตามระเบียบ รวดเร็ว และแม่นยำ

  • ระบบบัญชีแยกประเภทอัตโนมัติ (GL): รวบรวมข้อมูลจากทุกส่วนงาน ทั้งการซื้อ-ขาย, ลูกหนี้ (Account Receivables), เจ้าหนี้ (Account Payables) และคลังสินค้า มาบันทึกบัญชีโดยอัตโนมัติ 

  • ข้อมูลบัญชีแม่นยำ ปลอดภัย: สร้างความเชื่อมั่นในข้อมูลด้วยฟีเจอร์ Lock General Ledger Data ป้องกันการแก้ไขข้อมูลย้อนหลัง ทำให้คุณมีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการประเมินผลงานและการตัดสินใจ

  • รายงานการเงินครบครัน ช่วยประมาณการแม่นยำ: เข้าถึงรายงานกำไร-ขาดทุนรายเดือน รายงานกระแสเงินสด และรายงานวิเคราะห์ต้นทุนได้ทันที

สนใจโซลูชัน MAC-5 Legacy ติดต่อเราวันนี้!

หากสนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม MAC-5 Legacy หรือบริการอื่น ๆ เช่น ZOHO CRM, บริการวางระบบต่าง ๆ สามารถติดต่อฝ่ายขายผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย

โทรศัพท์: 085-113-4674, 094-854-9296Line ID: @mac5legacy

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page